Software

Hardware

ผวา! ตึกเตี้ยในไทยเสี่ยงพังชี้งานก่อสร้างไม่รองรับแผ่นดินไหว วอนรัฐออกมาตรการรับมือพิบัติภัย
  • About 
  • NEWS 
  • ผวา!..  



 

หนังสือพิมพ์ ASTVผู้จัดการรายวัน ฉบับวันที่ 28 มีนาคม 2554 ได้ลงข่าวในหัวข้อข่าว ผวา! ตึกเตี้ยในไทยเสี่ยงพังชี้งานก่อสร้างไม่รองรับแผ่นดินไหว วอนรัฐออกมาตรการรับมือพิบัติภัย ซึ่งเป็นการให้สัมภาษณ์ของ อ. ชาติชาย สุภัควนิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทูพลัส ซอฟท์ จำกัด ผู้จำหน่ายและให้บริการเทคโนโลยีการก่อสร้าง เปิดเผยว่า ไม่มีใครยืนยันได้ว่าจะไม่เกิดแผ่นดินไหวในไทย รวมถึงความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น เพราะเหตุการณ์ที่ญี่ปุ่น และพม่า ก็เป็นสิ่งยืนยันแล้ว ดังนั้น แผ่นดินไหวในไทยจึงมีโอกาสเกิดขึ้นได้ เพราะรอยเลื่อนของเปลือกโลกมีอยู่ในไทยเช่นกัน แม้จะเกิดห่างออกไป 700-800 กิโลเมตร ไทยก็ได้รับผลกระทบ เช่น ที่พม่าก็แสดงให้เห็นแล้วว่าอาคารสูงในกรุงเทพฯ สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ และที่สำคัญที่ตั้งของกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนพื้นดินอ่อน หรือดินเหนียว ทำให้รับแรงสั่นสะเทือนได้มากกว่าพื้นดินทั่วไป

 

หลายคนเริ่มกลับมาตั้งคำถามว่าแล้วอาคารบ้านเรือนในไทยจะทนแรงสั่นสะเทือนได้มากน้อยเพียงใด เพราะแม้ว่าริกเตอร์จะอยู่ที่ระดับต่ำ แต่หากเกิดขึ้นไกลผิวดินก็จะสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ซึ่งไทยเพิ่งมีกฎหมายให้อาคารสูงตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป และอาคารสาธารณะให้สามารถต้านแผ่นดินไหวได้ เมื่อปี 50 ที่ผ่านมา ส่วนที่ภาคเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย กฎหมายกำหนดตั้งแต่ปี 40 เพราะมีรอยเลื่อนกว่า 7 แห่งในแถบภาคเหนือของไทย แต่อาคารส่วนใหญ่มักเลี่ยงกฎหมายจึงมีความเสี่ยงเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตึกสูงส่วนใหญ่ได้ออกแบบเพื่อรองรับแผ่นดินไหวได้ระดับหนึ่งอยู่แล้ว

 

อาคารตั้งแต่ปี 50 สุ่มเสี่ยงถล่ม

ที่น่าห่วง คือ อาคารส่วนใหญ่สร้างก่อนปี 50 ที่มีกฎหมายกำหนด จึงมีความเป็นไปได้ว่าจะไม่สามารถต้านแรงแผ่นดินไหวได้ รวมไปถึงอาคารขนาดเล็ก อพาร์ตเมนต์ หอพัก อาคารพาณิชย์ บ้านเรือน และกว่า 95% ของอาคารในกรุงเทพฯ ไม่สามารถทนแรงแผ่นดินไหวได้ โดยเฉพาะอาคารที่ชั้นล่างเปิดโล่งมีโอกาสพังมากที่สุด เพราะฐานด้านล่างไม่แข็งแรงพอ" อ. ชาติชายกล่าว

 

อ. ชาติชาย กล่าวต่อว่า รัฐบาล หรือหน่วยงานภาครัฐควรออกมาบอกประชาชนเพื่อเตรียมรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้น และไม่เชื่อว่าจะเป็นการสร้างความตื่นตระหนก เพราะประชาชนมีสิทธิขั้นพื้นฐานในการรับรู้ความจริง และเตรียมตัวรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นโดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ใต้เขื่อน รัฐควรมีแนวทาง หรือวิธีปฏิบัติเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น

 

"เราไม่ควรสร้างแค่ระบบเตือนภัย เพราะจะมีคำถามตามมาว่า เตือนแล้วทำอะไร จะหนีไปทางไหน ศูนย์หลบภัยชั่วคราวอยู่ตรงไหน ถ้าอาคารบ้านเรือน โรงพยาบาลพังหมด มีคนตายเป็นแสน ใครจะเป็นหน่วยงานแรกที่จะเข้าไปช่วยเหลือ อาคารที่จะใช้เป็นศูนย์อพยพชั่วคราว สิ่งสำคัญเหล่านี้เชื่อว่ารัฐบาลยังไม่มีคำตอบ เราควรสร้างอาคารที่จะไม่ได้รับผลกระทบจากพิบัติภัยไว้หลายๆ จุดเพื่อให้เป็นศูนย์อพยพชั่วคราว และเป็นศูนย์กลางในการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดพิบัติภัยขึ้น เพราะแม้แต่อาคารศูนย์เตือนภัยเองยังไม่รู้เลยว่าจะทนแรงสั่นสะเทือนได้หรือไม่ เรื่องเหล่านี้ควรกำหนดไว้ให้ชัด ไม่ใช่ให้เกิดเหตุแล้วค่อยคิดสั่งการเฉพาะหน้า ถ้าผู้นำเกิดเสียชีวิตไปด้วยจะทำอย่างไร" อ.ชาติชาย กล่าว

 

แนะซอฟท์แวร์ 5 มิติช่วยผู้รับเหมา

อ. ชาติชาย กล่าวต่อว่า การก่อสร้างอาคารที่สามารถต้านแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้นั้น หากเริ่มตั้งแต่วางแผนออกแบบจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเพียง 2-3% เท่านั้น เมื่อเทียบกับการก่อสร้างทั่วไป ซึ่งไทยควรให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้มากขึ้น โดยเฉพาะการก่อสร้างอาคารขนาดเล็ก อาคารสูงไม่เกิน 8 ชั้น ส่วนอาคารที่สร้างแล้วก็ควรปรับปรุงเพื่อให้ทนแรงสั่นสะเทือนได้ ซึ่งปัจจุบันการออกแบบก่อสร้างอาคารถือเป็นเรื่องง่าย เนื่องจากมีซอฟท์แวร์ช่วยในการทำงาน และก้าวไปถึงสามารถคำนวณจำนวนวัสดุที่ต้องใช้ ราคา ระยะเวลาก่อสร้างทุกขั้นตอน และสุดท้ายสามารถคำนวณต้นทุนได้อย่างถูกต้องแม่นยำ หรือที่เรียกว่า โปรแกรม Vico office Suite

 

ที่ผ่านมา ทูพลัส ซอฟท์ ได้นำเสนอโปรแกรม หรือซอฟท์แวร์การก่อสร้างแบบ 3 มิติ โดยแสดงการทำงานทุกขั้นตอนแบบบูรณาการ ตั้งแต่เริ่มต้นออกแบบสถาปัตยกรรม การวิเคราะห์ออกแบบโครงสร้าง เขียนแบบรายละเอียดโครงสร้าง การนำเสนอผลงาน ออกแบบสถาปัตยกรรม จนถึงการตรวจสอบความถูกต้องของโมเดลอาคารทั้งหมดที่ออกแบบ ด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งเหมาะสำหรับสถาปนิก วิศวกร

 

ชูจุดขายคำนวณต้นทุนก่อสร้างแม่นยำ

ปัจจุบันได้พัฒนาโปรแกรม Vico office Suite กล่าวคือ นอกเหนือจากการเห็นภาพ 3 มิติ กว้าง x ยาว x สูง แล้วยังเพิ่มมิติที่ 5 และ 6 โดยมิติที่ 5 ออกแบบมาเพื่อผู้รับเหมา โดยเมื่อได้แบบของอาคาร หรืองานก่อสร้างมาแล้ว ระบบซอฟท์แวร์สามารถคำนวณหาจำนวนวัสดุแต่ละชนิดที่ต้องใช้ในการก่อสร้าง ราคา และระยะเวลาในการก่อสร้างแต่ละขั้นตอนจนกระทั่งแล้วเสร็จ ซึ่งทำให้ผู้รับเหมาคำนวณต้นทุนก่อสร้างอย่างถูกต้อง และแม่นยำ ลดการสูญเสียของงานก่อสร้างให้เหลือน้อยที่สุด โดยค่าซอฟท์แวร์รวมถึงการฝึกอบรมจนสามารถใช้งานได้จะอยู่ที่ 280,000 บาท

 

ส่วนมิติที่ 6 จะเหมาะสำหรับเจ้าของอาคาร เพราะซอฟท์แวร์จะนำเสนอรูปอาคารอย่างละเอียด จุดท่อน้ำ ไฟฟ้า และอื่นๆ หากเสีย หรือต้องซ่อมแซม ขนาดพื้นที่อาคาร ห้อง การดูแลสาธารณูปโภค ทำให้การคำนวณค่าส่วนกลางถูกต้อง โดยเฉพาะบริษัทที่มีอาคารในความดูแลจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการได้ง่ายขึ้น ค่าซอฟท์แวร์ และการฝึกอบรมจะอยู่ที่ 2 ล้านบาท

 

ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์ ASTVผู้จัดการรายวัน ฉบับวันที่ 28 มีนาคม 2554 ได้ลงข่าวในหัวข้อข่าว ผวา! ตึกเตี้ยในไทยเสี่ยงพังชี้งานก่อสร้างไม่รองรับแผ่นดินไหว วอนรัฐออกมาตรการรับมือพิบัติภัยให้กับ บริษัท ทูพลัส ซอฟท์ จำกัด