Software

Hardware

Single BIM Vs Integrated BIM
  • About 
  • ARTICLES 
  • Single BIM Vs Integrated BIM  


โดยทั่วไปแล้วท่านจะได้ยินคำว่า BIM (Building Information Modeling) หรือการโมเดลรายละเอียดอาคารเท่านั้น โดย BIM มีหลักการทำงาน โดยการสร้างโมเดล 3 มิติและกำหนดรายละเอียดต่างๆ ลงไปได้ให้โปรแกรมมีความจำ เช่น ผนัง หลังคา เสา เป็นต้น ซึ่งปกติโปรแกรม CAD จะไม่มีความจำ เพราะจะรู้เพียงว่าเป็นเส้นต่างๆ เท่านั้น

BIM เป็น CAD สมัยใหม่ช่วยให้สถาปนิก วิศวกร ผู้รับเหมาก่อสร้าง และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบก่อสร้าง บริหารอาคารได้ใช้ประโยชน์ โดยการแบ่งปันข้อมูลที่สถาปนิกได้สร้างขึ้น แล้วให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้งานต่อได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาในการสร้างข้อมูลขึ้นมาใหม่อีก

ซึ่งปัจจุบันก็มีโปรแกรมออกแบบสถาปัตยกรรมหลายโปรแกรมที่สามารถรองรับเทคโนโลยี BIM ซึ่งการเชื่อมโยงกับโปรแกรมอื่นๆ นั้น จำเป็นจะต้องอาศัยไฟล์กลางของ IFC เป็นไฟล์กลางในการเชื่อมโยงกับโปรแกรมอื่นๆ เช่น โปรแกรมวิเคราะห์โครงสร้าง โปรแกรมออกแบบงานระบบ เป็นต้น

แต่ในแง่ปฎิบัติแล้วพบว่า การส่งข้อมูลไปพักยังไฟล์กลางเพื่อให้โปรแกรมอื่นนำไปทำงานได้ต่อนั้น ยังไม่สามารถทำงานได้ 100 % ทำให้ผู้ใช้งานจะต้องนำไฟล์ที่ส่งมาทำการแก้ไขค่าบางตัวก่อน ซึ่งทำให้เสียเวลาพอๆ กับการเขียนใหม่เลยทีเดียว และก็ไม่สามารถส่งไฟล์กลับไปยังโปรแกรมเดิมได้อีกต่างหาก (Bi Directional Links)

ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลว่า ผู้ใช้จะต้องเลือกตระกูลโปรแกรมที่มีโปรแกรม BIM หลายๆ หรือครบวงจร เพราะการเชื่อมโยงในโปรแกรมตระกูลเดียวกัน ทำให้ทำงานได้ง่าย และเป็นจริงมากกว่าการใช้โปรแกรมเดี่ยวๆ แล้วไปเชื่อมกันเอาเอง ซึ่งจะทำให้เจอปัญหา โปรแกรมคนละ Version ทำงานกันไม่ได้ โปรแกรมหนึ่งเก่า โปรแกรมหนึ่งใหม่

โปรแกรม BIM สำหรับการออกแบบสถาปัตยกรรมเดี่ยวๆ จึงเริ่มไม่มีความหมายในการทำงานในโลกปัจจุบัน ซึ่งจะสังเกตได้จากตัวแทนจำหน่าย หลายประเทศได้ย้ายค่ายกันเป็นว่าเล่น ทำให้ค่ายต่างๆ ต้องพยายามเสนอราคาโปรแกรมต่ำกว่าที่เคยขายมาก พูดง่ายๆ ว่าขายต่ำกว่าเดิม 50 % ด้วยซ้ำไป และบางประเทศมีราคาขายเพียง 20-30 % จากราคาขายปกติ

หากท่านคิดว่าท่านต้องการใช้โปรแกรม BIM เพียงราคาถูกมากแล้วละก็คิดถึงเวลาที่ท่านต้องเปลี่ยนกลับไปซื้อโปรแกรมใหม่อีกรอบ และต้องเรียนกันใหม่ทั้งหมด.... งานเข้าเลยละครับ