VISICON

เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ BIM (Building Information Modeling) เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้สถาปนิก วิศวกร และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบก่อสร้าง บริหารอาคาร ได้ใช้ประโยชน์กับข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นจาก BIM เพราะ BIM = 3D CAD + Data ทำให้เราได้ข้อมูล (Data) เอามาใช้งานได้อย่างง่ายดาย จากตอนก่อนเราไม่เคยทำได้มาก่อน ปัญหาเลยอยู่ที่ว่า เราเคยได้ใช้ข้อมูล BIM มาทำประโยชน์กันแค่ไหน ?

กฎที่นาย Gordon E. Moore ซึ่งเป็นคนร่วมกันก่อตั้ง Intel โดยบอกว่า ทุกๆ 2 ปีระบบการประมวลผล (Micro processor) จะมีความสามารถเพิ่มขึ้น 2 เท่าเสมอและมีราคาถูกลงครึ่งหนึ่ง เมื่อ 60 กว่าปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการคาดการณ์ได้ถูกต้องมาตลอดเวลาเกือบ 60 ปี ระบบการประมวลผลนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อทุกวงการทั่วโลก เพราะต่างก็ใช้ระบบประมวลผลมาทำงาน เช่น มือถือ คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต โดรน รถยนต์ไร้คนขับ และอื่นๆ ที่เป็นระบบสมองกล แต่ช่วงไม่กี่ปีมานี้กราฟได้แสดงให้เห็นว่าน่าจะเป็นยุคสิ้นสุดของกฎนี้แล้ว แต่เป็นจุดเริ่มต้นให้กับยุค AI (Artificial Intelligence) หรือ ปัญญาประดิษฐ์ ...

หากท่านคิดว่า BIM (Building Information Modeling) เป็นเรื่องทีจำเป็นและสำคัญของวงการก่อสร้าง แต่ความจริง BAM และ BOOM จะเป็นหนังเรื่องต่อไปให้ท่านได้ดู ที่ใหญ่กว่าเดิม 20 และ 60 เท่า ... โลกในอนาคตจะเป็น Digital มากขึ้นเรื่อยๆ พลาดไม่ได้โดยเด็ดขาด

หลายท่านอาจเข้าใจคำว่า BIM (Building Information Modeling) แต่ก็คงมีหลายท่านแล้วคำว่า OpenBIM และ IFC มาจากไหน ? ซึ่งบทความเล็กๆนี้จะทำให้ท่านเข้าใจแบบง่ายๆได้ เพียงเวลาไม่ถึง 10 นาที

สาเหตุหลักของโครงการเสร็จล่าช้า ข้อแรกและเป็นสาเหตุหลัก คือ การแผนงานที่ประกาศใช้นั้นด้อยคุณภาพ (Poor Original Planning) / การวางแผนงานที่ไม่เป็นจริง (Unrealistic Scheduling) การถอดแบบที่ล่าช้า ต้องทำงานซ้ำซ้อน และ มีคลาดเคลื่อนสูง ล้วนส่งผลให้การวางแผนงานด้อยคุณภาพ

การที่เราจะคิดปริมาณงานที่เปลี่ยนไป หรือ ตรวจสอบว่า Model แต่ละ Model มีจำนวนงานที่เปลี่ยนไปอย่างไรนั้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นมีผล ต่อค่าใช้จ่ายในโครงการที่จะเกิดขึ้น และระยะเวลาการก่อสร้าง แต่ทางโปรแกรม Visicon มี Function ที่ใช้เปรียบเทียบระหว่าง Model ที่มีการเปลี่ยนแปลง (Quantity Variance)

จากตอนที่แล้วที่ได้กล่าวถึงการใช้สีในการตรวจสอบ Model อย่างง่ายๆ คราวนี้เราจะมา Advance กว่าเดิมโดยการใช้ Rule ในการตรวจสอบ Model ก็คือ เราสร้างเงื่อนไข (Rule) จาก Parameter ต่างๆ ที่ได้จาก Model โดยเงื่อนไขจะมี Pass , Fail ดังรูปด้านล่าง ในตัวอย่างด้านล่าง คือการสร้างเงื่อนไขที่ใช้ในการตรวจสอบ พื้นงานโครงสร้างที่มีความชัน ไม่เท่ากับสูง ให้แสดงเป็นสีเหลือง และ ที่เหลือที่ไม่ผ่านเงื่อนไขให้แสดง จางลงจนเหลือแค่ 10 %

โดยปกติเวลาตรวจสอบ Model นั้น เราจะใช้สายตาตรวจสอบไปยังโมเดล เวลามี Model ของงานหลายประเภท หรือมีขนาดใหญ่

ต่อเนื่องจากตอนที่แล้ว  “การนำ Model (*.IFC) เข้า VISICON “ และ “วิธีการนำ Model จาก Revit เข้าสู่โปรแกรม Visicon”

ต่อเนื่องจากตอนที่แล้ว ได้มีการแนะนำวิธีการนำ Model จาก Revit เข้าสู่โปรแกรม Visicon นั้น “กดที่ลิ้งค์เพื่อดูบทความเก่า” Revit EP1 (การนำ Model Revit เข้าสู่โปรแกรม Visicon) สำหรับใน EP2 นี้ จะเป็นการนำเข้า Model จาก IFC ที่ได้จากโปรแกรมต่างๆ เช่น (Tekla Structures ) เพื่อนำมาใช้ในโปรแกรม Visicon

ส่วนของโปรแกรม VISICON นั้นได้รองรับการนำ Model จาก Autodesk Revit (*RVT) โดยอาศัยคำสั่งในโปรแกรม Revit ซึ่งคำสั่งนี้จะแสดงอยู่ในโปรแกรมให้เราโดยอัตโนมัติหลังจากทำการติดตั้งโปรแกรม Visicon ลงเครื่องนั่นเอง