สถาปนิกออกแบบ

การใช้ BIM (Building Information Modeling) กันแพร่หลายทั่วโลกมาเกือบ 20 ปี จากการเริ่มต้นมากว่า 50 ปีที่แล้ว BIM ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงหรือ พัฒนาการไปจากเดิมๆ การใช้งานกันเดี่ยวๆเป็นการเชื่อมโยงกับโปรแกรมต่างๆ ตอนนี้เรียกว่า BIM Level 1,2,3 ซึ่งเป็นการใช้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น ซึ่งหลายประเทศเริ่มออกใบ Certificate ให้กับผู้ใช้งานเป็น Level 2 กันแล้ว

เชื่อว่าคงมีผู้ใช้ BIM แล้วปรากฎว่าเป็นไฟล์โครงการขนาดใหญ่ จะใช้ความสามารถของเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นจำนวนมาก ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานหนัก และ ทำงานได้ช้า แล้วจะแก้ไขให้ไฟล์เบาขึ้น ทำได้กี่วิธี เรามีคำตอบ

สำหรับสถาปนิกการที่สามารถนำเอาผลงานออกแบบออกมาแสดงให้เสมือนจริงด้วยวิธี VR และ AR เป็นวิธีที่หนึ่งที่ทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ เข้าใจผลงานออกแบบได้ง่าย

การสร้างโมเดลอาคารที่มีรูปทรงแปลกๆ จะยากมากในการสร้างให้ได้รูปทรงที่ผู้ออกแบบพอใจ หรือ การสร้างเงื่อนไขชิ้นส่วนอาคารให้ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด หากผู้ออกแบบพยายามทำเองต้องใช้เวลานานมากๆ ปัจจุบันมีการออกแบบ Parametric Objects ให้ได้ตามที่ผู้ออกแบบกำหนด ซึ่งค่าย Bentley พัฒนาใช้งานมาเกือบ 10 ปีมาแล้ว แต่อาจไม่ค่อยมีใครรู้จักในบ้านเรา

การจำลองการอพยพในอาคารสาธารณะที่มีความเสี่ยงในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ทำให้สถาปนิกผู้ออกแบบโครงการ สามารถแก้ไขปัญหาระหว่างการออกแบบก่อนเกิดปัญหา

ปัจจุบันการสำรวจพื้นที่ อาคาร และ แผนที่ เปลี่ยนแปลงจากเดิมไปอย่างรวดเร็ว จากการสำรวจต้องใช้กล้องสำรวจแบบ Theodolite เป็นรุ่น Total Station และปัจจุบันเป็น Point Cloud ด้วยเครื่องสแกน 3D Scanner และ การสำรวจด้วยกล้องถ่ายภาพ โทรศัพย์ GoPro และการใช้บิน Drone หรือ UAV เครื่องบินอากาศยานไร้คนขับ