ข้อคิดการเลือกซื้อโปรแกรม แบบซื้อขาด หรือ แบบเช่า อะไรดีกว่ากัน ?

ข้อคิดการเลือกซื้อโปรแกรม แบบซื้อขาด หรือ แบบเช่า อะไรดีกว่ากัน ?

การซื้อซอฟท์แวร์อาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

  1. การซื้อใช้งานเฉพาะกิจ เมื่อใช้งานก็ไม่ได้ใช้อีกต่อไป ส่วนใหญ่มักจะเป็นการใช้งานแบบแฟชั่น เห็นเพื่อนใช้ หรือ คิดว่าดี ก็ลองซื้อมาใช้งานดู สักพักก็ไม่ได้ใช้แล้ว แบบนี้จะถือว่าเป็นค่าใช้จ่าย (Expenses) ซึ่งซอฟท์แวร์แนวนี้ปกติจะไม่ค่อยแพงเท่าไหร่  

  2. การซื้อใช้งานเป็นเทคโนโลยีขององค์กร ซึ่งแบบนี้จะถือว่าเป็นการลงทุน (Investments) เมื่อใช้งานแล้ว ทำให้ทำงานได้ดีกว่าเดิม ดีกว่าการใช้มือทำงาน เช่น การออกแบบเขียนแบบ โปรแกรม BIM เช่น Revit / Bentley ก็ถือว่าเป็นการใช้งานในองค์กร เป็นเครื่องหลักในการทำงาน โดยทั่วไปแล้วโปรแกรมแนวนี้ ก็มีทั้งแบบขายขาด และ แบบเช่ารายเดือน หรือ ที่เรียกว่า subscription  ผู้พัฒนาโปรแกรมแต่ละรายก็ออกแบบรูปแบบการจำหน่ายแตกต่างกันไปแต่ละองค์กร


ซอฟท์แวร์แบบเช่ารายเดือน (Annual Subscription) ก็มีข้อดีข้อด้อย ดังนี้

  1. จ่ายเงิน เพื่อให้ได้ใช้โปรแกรมครั้งแรกน้อยกว่าแบบซื้อขาด 
  2. โปรแกรมจะทำการ update ราย 3 เดือน ทำให้ผู้ใช้งานได้ใช้ฟังก์ชั่นใหม่ๆทุกๆ 3 เดือน 
  3. สามารถคิดค่าใช้จ่ายเป็นรายโครงการได้ง่าย 
  4. โปรแกรมที่ขายแบบนี้ มักจะมีฐานลูกค้ามาก หรือ เป็นโปรแกรมเพิ่งเกิดขึ้นใหม่ๆ เป็นส่วนใหญ่
ซึ่งปัจจุบัน Autodesk , BIMtrack , Synchro Pro, Oracle Primavera Cloud, Oracle Aconex, Oracle Primavera Unifier,ARCHIBUS,Bentley เป็นต้น กำหนดรูปแบบการขายเป็นแบบ เช่ารายเดือน (Annual Subscription) เพียงอย่างเดียว

การขายอีกแบบเรียกว่า การขายขาด หรือ  On-premises การซื้อโปรแกรมเป็นกรรมสิทธิ์ ต่อสัญญาบำรุงรักษารายปี (annual maintenance) ซึ่งภายหลังจะซื้อหรือไม่ซื้อก็ได้ แต่ก็ยังใช้ได้ โดยบางโปรแกรมก็มีการกำหนดการค่าปรับ หากไม่ต่อสัญญา แล้ววันหลังเมื่อหมดอายุแล้วกลับมาต่อสัญญา โปรแกรมแนวนี้ก็มีจุดเด่นจุดด้อย ดังนี้

  1. จ่ายเงินครั้งแรกสูงกว่าแบบแรก แต่หากผู้ใช้ซอฟท์แวร์ เอามาทำงานเป็นหลักในองค์กรแบบขาดไม่ได้ จะเป็นการ investment เมื่อใช้ระยะยาวแล้ว จะถูกกว่าแบบแรก ซึ่งจุด break event point มักอยู่ที่ 3 ปี หรือ หากใช้งานติดต่อกันเกิน 3 ปีขึ้นไปจะถูกกว่าแบบแรกมาก เพราะค่าต่อสัญญา หรือ maintenance จะอยู่ประมาณ 20-25 % เป็นส่วนใหญ่
  2. การปรับปรุง version มักจะปรับทุกๆ 6 เดือน หรือ 1 ปี ทำให้แบบแรก ได้ใช้คำสั่งใหม่ๆเร็วกว่า
  3. โปรแกรมระดับมืออาชีพที่มีราคาค่อนข้างสูง และมีฐานลูกค้าเฉพาะกลุ่ม มักเลือกวิธีนี้

โปรแกรมที่จำหน่ายแบบนี้ เช่น Bentley,ADAPT, Visoft Premium, CubiCost ,ScheduleReader, Oracle Primavera P6 ,ARCHIBUS เป็นต้น

ซึ่ง Bentley Systems,Inc กำหนดรูปแบบ การขายเป็น 3 แบบ คือ เช่ารายเดือน เช่าราย 3 เดือน (Term) และ แบบซื้อขาด ทำให้ลูกค้าเลือกซื้อได้ตามต้องการ

การเลือกซื้อลงทุนแบบจ่ายน้อยในครั้งแรก คือ แบบเช่าใช้รายเดือน แต่หากใช้ไปหลายๆปีแล้วจะแพงกว่าแบบซื้อขาด การซื้อแบบไหนก็ไม่ค่อยเป็นประเด็นสำคัญกว่า การใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทำให้ผู้ใช้สามารถสร้างรายได้  แข่งกันกันคนอื่นได้  ทำงานได้รวดเร็วกว่า และ การทำงานได้ครบ workflow